Showing posts with label ของทอด. Show all posts
Showing posts with label ของทอด. Show all posts

Monday, June 26, 2017

ซาโมซา (แป้งปอเปี๊ยะที่ใช้ห่อ)




บางครั้งนึกอยากทานกะหรี่ปั๊ปที่เป็นไส้มันฝรั่งกับผงกะหรี่ ของว่างกรุบกรอบกลิ่นเครื่องเทศหอมกรุ่น
แต่เพราะต้องนวดแป้งหลายขั้นตอนก็จะทำซาโมซาแทนแก้ขัดไป 
แล้วทำไมไม่ห่อเป็นปอเปี๊ยะล่ะไม่ง่ายกว่าหรือ ซาโมซาก็ต้องตัดแป้งมาห่ออันเล็กอันน้อย 
แต่ก็ยอมเสียเวลาเล็กน้อย เราชอบซาโมซาตรงที่ขนาดพอดีทาน ดูเป็นระเบียบ ทานง่ายเป็นคำ
ไส้ซาโมซากับกะหรี่ปั๊ปจะใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตามจะเป็นกะหรี่ปั๊ป ซาโมซา
หรือปอเปี๊ยะ จะทำเป็นไส้อะไรก็จัดตามที่อยากทานเลยค่ะ

 เคยอัพบล๊อกวิธีทำไปในบล็อกแกงค์ไปแล้ว
ที่อัพไว้ในบล็อกแกงค์ตอนนั้นอยู่คูเวต ใช้แผ่นแป้งปอเปี๊ยะสำเร็จตัดเป็นเส้น
สำหรับห่อซาโมซาโดยเฉพาะ เคยมีคำถามมาว่าใช้แป้งอะไร ห่ออย่างไร
ครั้งนี้เลยมาอัพลงใหม่ใช้แป้งที่หาซื้อได้ในไทย  ทั้งแป้งปอเปี๊ยะแบบแช่แข็ง
และแป้งปอเปี๊ยะแบบสด เก็บรวบรวมจากประสพการณ์ที่เคยทำมา 
เลยเอามาเก็บในบล็อกเผื่อเป็นแนวทางให้กับเพื่อนๆ มือใหม่หัดทำอาหารที่สนใจค่ะ






แป้งปอเปี๊ยะแช่แข็ง เดี๋ยวนี้หาซื้อได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
มีทั้งขนาดแผ่นเล็กและแผ่นใหญ่ 
เวลาใช้เอาออกจากช่องฟรีสให้คลายตัวก่อนแล้วลอกทีละแผ่น
แป้งที่ยังไม่ได้ห่อไส้และที่ห่อไส้แล้วให้เอาผ้าคลุมไว้ตลอด
เพื่อกันลมไม่ให้แป้งแข็งระหว่างที่ยังห่อไม่เสร็จ




 เราใช้ขนาดใหญ่ 8.5" x 8.5" ตัดแบ่งเป็น 4 เส้น
ถ้าต้องการขนาดใหญ่หน่อยก็แบ่งเป็น 3 เส้น
แป้งถ้าใช้ไม่หมดก็เอาใส่ถุงปิดให้สนิทเอากลับไปเก็บในฟรีสไว้ใช้ในครั้งต่อไป
ป.ล.แป้งที่ซื้อมาใหม่จะเรียบสวยเสมอกันและเก็บดีจะยังเรียบอยู่ค่ะ
ที่เห็นในรูปทำน้ำหกใส่ก่อนเอาไปฟรีสเก็บ พอเอาออกมาใช้อีกรอบแผ่นแป้งเลยเป็นคลื่นไม่สวย 
แต่ก็ยังใช้ได้นะคะ เพียงแต่จะลอกยากต้องค่อยๆ บรรจง  
ถ้าแป้งแห้งแข็งก็เอาน้ำลูบหรือเอาไปนึ่งแป้งก็จะกลับมานุ่มเหนียว
เราไม่ได้เอาไปเวฟ เพราะเคยเวฟทิ้งไว้ไม่นานจะกลับมาแข็งกว่าเก่า




บล๊อกเดิมมีวิธีห่ออยู่แล้ว แต่เอามาลงอีกรอบค่ะ
มือใหม่อาจจะห่อยากหน่อย ให้เอาแป้งอีกเส้นมาต่อให้เป็นเส้นยาวจะช่วยให้ห่อง่ายขึ้นค่ะ
ใช้ไข่เป็นกาว  หรือจะเป็นแป้งสาลีหรือแป้งข้าวโพดผสมน้ำข้นๆ ได้เหมือนกัน

เวลาห่อไม่ว่าจะเป็นแป้งแบบแช่แข็งหรือแป้งสดแบบนี้
ใส่ไส้ให้แน่น ตรงปลายกรวยใส่ไส้แล้วเอาปลายช้อนหรือตะเกียบดันไส้ลงไป
เวลาพับปลายกรวยต้องปิดให้สนิทกันน้ำมันเข้าเวลาทอด





เคยมีคำถามมาว่าใช้แป้งปอเปี๊ยะแบบสดที่กินกับสายไหมได้ไหม
ได้ค่ะ....นอกจากซื้อจากร้านที่ทำโรตีสายไหมขายแล้ว 
ร้านขายเส้นก๋วยเตี๋ยวตามตลาดใหญ่ๆ ส่วนใหญ่จะมีขาย

ก่อนหน้าเราไม่เคยใช้แป้งนี้ พอได้ไปช่วยเพื่อนห่อในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง 
เค้าตัดแป้งเป็นเส้นแล้วเอาแป้งสั้นๆ มาต่อกันเป็นเส้นยาว 
แป้งสดแบบนี้จะห่อยากกว่าแป้งแช่แข็งเพราะแป้งจะอ่อนและบาง
เวลาใส่ไส้แป้งจะแฉะง่ายกว่าแป้งแบบที่ซื้อจากซุปเปอร์ฯ  
ตอนห่อแรกๆ ก็จะทุลักทุเลหน่อย ถ้าห่อไปสักพักจับทางได้ก็ไม่ยากเท่าไร

แต่ถึงอย่างนั้นก็ลองหาวิธีห่อแป้งนี้เพราะต้นทุนแป้งถูกกว่าแบบแช่แข็งแยะมาก
ที่เรา(คิดว่า)ง่ายสุดก็ ตัดแป้งเป็นครึ่งวงกลม พับเป็นกรวยแล้วตัดทำฝาปิด
1. ตัดแป้งเป็นครึ่งวงกลม
2. พับส่วนครึ่งวงกลมกะให้ได้ 4 ทบ
3. พับแค่ 3 ทบ เหลือส่วนที่4 ไว้
4. เอากรรไกรตัดฉึบส่วนโค้งบนตรงส่วนที่พับ 3 ทบ




พับเป็นกรวย ใส่ไส้ และพับปิดด้วยแป้งด้านบน




จะออกมาเป็นสามเหลี่ยมยาว





แป้งปอเปี๊ยะแบบสด
...แป้งแบบนี้ถ้าใช้ไม่หมด เก็บข้างนอกได้อีก 2-3 วัน
แต่ถ้าเก็บได้เกินกว่านั้นแสดงว่าแป้งใส่สารกันบูดแล้วล่ะค่ะ
แป้งเหลือห่อปิดให้สนิทเอากระดาษห่ออีกชั้นเอาเข้าช่องฟรีสเก็บไป
เวลาจะใช้เอาออกมาคลายความเย็นแล้วเอานึ่ง จะกลับมานุ่มเหมือนเดิม
เวลานึ่งเอาผ้าห่อฝาหม้อกันน้ำหยดก่อนนะคะ





แป้งปอเปี๊ยะแบบแช่แข็ง 






วิธีทำไส้กะหรี่ การทอด อาจาด Tzatziki(โยเกริตดิปแบบอาหรับ) 
ถ้าไม่ทานของทอดจะใช้การอบแทนก็ได้
ไปตามลิงก์นี้เลยค่ะ  ซาโมซา ฺ@ bloggang.com 







Saturday, October 3, 2015

ขนมปังหน้าไก่ (แบบอบ)


ขนมปังหน้ากุ้ง หน้าไก่ หน้าหมู เป็นของว่างที่หลายคนชอบทาน
เราเองก็ชอบนะ แต่เพราะความที่เป็นของทอด เมื่อก่อนนานๆ จะทำเสียที
จนเปลี่ยนมาอบแทนการทอดก็ทำทานได้บ่อยมากขึ้น
คนที่ทานอาหารสุขภาพหรืออาหารคลีนก็สามารถปรับส่วนผสมนิดหน่อย
จากขนมปังขาวธรรมดาเป็นขนมปังธัญพืชและใช้เนื้อสัตว์ไม่มีมัน



จะใช้ขนมปังแบบมีขอบหรือไม่มีขอบก็ได้ค่ะ
เราเลือกขนมปังตัดขอบ เพราะเวลาอบขอบจะไหม้ไว
วิธีการอบดีตรงที่ไม่ต้องเสียเวลารอผึ่งขนมปังให้แห้งก่อนเหมือนแบบทอด
ถ้าแบบทอดต้องผึ่งขนมปังให้แห้งก่อน ไม่อย่างนั้นแล้วเวลาทอดจะอมน้ำมัน




จะใช้เป็นกุ้ง ไก่ หมู ตามแต่ชอบเลยจ้า นำมาสับหรือบดตามแต่สะดวก
เราใช้เนื้อส่วนสะโพกสับมีมันไก่ติดประปราย
หมักด้วยสามเกลอ น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว เข้าตู้เย็นสัก 1-2 ชั่วโมงให้เนื้อไก่เกาะกันหนุบๆ
อยากให้มีสีสันก็อาจจะใส่ผักชีสับหยาบหรือต้นหอมซอยนิดหน่อยลงไป



บล๊อกนี้เราจะอบด้วยเตาอบขนาดเล็กที่เรียกว่า "เตาติ๊ง" ค่ะ 
สำหรับท่านที่ใช้เตาอบแบบตั้งอุณหภูมิลองเสริชหาใน Google คำว่า "ขนมปังหน้าหมู แบบอบ"
มีเพื่อนๆ ในเวปหลายท่านลงรายละเอียดเอาไว้ถึงอุณหภูมิและเวลาที่ใช้อบไว้ละเอียด

"เตาติ๊ง" เป็นเตาอบเล็กๆ ราคาไม่แพงมาก บางทีเจอจัดรายการราคาไม่ถึงพันบาท
เป็นเตาที่ไว้สำหรับปิ้งขนมปัง อุ่นเบเกอรี่ พิซซ่า ไก่ทอด ไส้กรอก ฯลฯ
เพราะอาหารพวกนี้ถ้าอุ่นในไมโครเวฟพอทิ้งไว้ให้เย็นแล้วจะทั้งแข็งทั้งเหนียวเสียรสชาติดั้งเดิม
ความที่เตานี้ใช้หลอดไฟในการทำให้เกิดความร้อน จึงไม่สามารถตั้งอุณหภูมิได้
ทำให้ไม่สามารถปรุงอาหารหรือทำขนมได้ แต่ถ้าจะทำจริงๆ ก็พอได้อยู่นะคะ
เช่นอาหารที่ผ่านขั้นตอนการปรุงสุกมาแล้วแต่ต้องการใช้ความร้อนจากการอบ
เช่น ละลายชีสที่อยู่บนหน้า อย่างพวกลาซานญ่า คอตเตจพาย กราแตง ฯลฯ
เราเองเคยอบพายกรอบโดยใช้แป้งพายสำเร็จรูปก็ได้อยู่นะคะ
หรืออาหารที่สุกง่ายเช่นกุ้ง ปลา แต่บางทีเราก็ใช้อบเนื้อ อบไก่เหมือนกัน แหะ..แหะ...
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสพการณ์การใช้เตา ค่อยๆ ศึกษาไปค่ะ
กลับมาที่ขนมปังหน้าไก่ของเรากันก่อนที่จะกลายเป็นบล๊อกรีวิวเตาอบ ^^
ตัดขนมปังเป็นชิ้นขนาดพอคำ ป้ายไก่สับที่หมักไว้
นำไปอบใช้ไฟบน-ล่าง ประมาณ 10-15 นาที
ขึ้นอยู่กับความต้องการจะกรอบมากกรอบน้อยตามแต่ชอบ อบนานก็กรอบมากหน่อย
ถ้าป้ายหน้าหน้าหนาอาจจะปรับเป็นอบแต่ไฟบนเพิ่มขึ้น
อยากให้หน้าตาสวยงามก็แต่งด้วยใบผักชีกับพริกชี้ฟ้าสีแดงนิดหน่อย



กรอบกริ๊บ  กรอบทั้งคำ เตือนไว้เลยว่าทำน้อยไม่พอแน่ค่ะ



ทานคู่กับน้ำจิ้มอาจาด เปรี้ยว หวาน เผ็ด มีแตงกวากับหอมแดง
น้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย เกลือเล็กน้อยตั้งให้เดือด คนให้น้ำตาลละลายยกลงและทิ้งไว้ให้เย็น
หั่นแตงกวา ซอยหอมแดง ซอยพริกลงไปผสม โรยผักชีซอยนิดหน่อยเป็นอันเสร็จ


 


Sunday, September 20, 2015

หมี่กรอบทรงเครื่อง



บล๊อกนี้ยาวหน่อยนะค๊า แค่วิธีทำหมี่กรอบอย่างเดียวก็ยาวแล้ว 
นี่ยังมีแถมโม้นอกเรื่องได้ยาวกว่าอีกต่างหาก อิอิ

ตอนเด็กๆ จำได้ว่าแม่เคยให้ช่วยหั่นโน่นเตรียมนี่เพื่อทำหมี่กรอบอยู่หลายหน
แต่ไม่ได้จำว่าขั้นตอนวิธีทำเป็นอย่างไร เพราะตอนนั้นเหมือนโดนบังคับให้ไปช่วยมากกว่า
พอเริ่มที่จะทำอาหารโน่นนี่เป็น ความที่ส่วนตัวไม่ได้ชอบอาหารที่มีรสหวาน
และเป็นคนไม่ละเอียดอ่อนประดิดประดอยเลยไม่เคยคิดจะทำเมนูนี้
มาช่วงนี้เห็นเพื่อนๆ ในบล๊อกทำอาหารถามหาส้มซ่าเพื่อเอามาทำหมี่กรอบกัน
เลยอยากทำกับเค้าบ้าง อยากรู้ว่าที่หลายคนว่าเป็นอาหารที่พิถีพิถันใช้เวลามากเป็นอย่างไร
อย่างน้อยจะได้เอามาไว้สอนหลานสาวคนเล็กให้ทำเป็น 
จะได้ช่วยอนุรักษ์อาหารไทยโบราณไว้ เพราะดูแววแล้วท่าทางเธอจะชอบทำอาหาร
เวลาทำอาหารทำขนมอะไร เธอจะต้องมาเฝ้า มาถาม มาอาสาช่วย
อยากรู้ อยากทำเป็นไปหมด ขนมหรืออาหารบางอย่างเพิ่งเคยทำครั้งแรกกับเธอ
ยังไม่ทันลงมือทำแต่เธอจะโม้บอกเป็นฉากๆ ว่าต้องทำอย่างไร พอถามว่าหนูเคยทำหรือ
เธอบอกว่าหนูดูจากยูทูป เด็กเดี๋ยวนี้ทันสมัยกว่าป้าอีกวุ้ย (เธออายุ 7 ขวบ)




หมี่กรอบขาดไม่ได้คือส้มซ่า
หน้าตาจะเป็นมะกรูดก็ไม่ใช่ ส้มก็ไม่เชิง มะนาวยิ่งไม่ใช่ใหญ่
แม่บอกว่าสมัยตอนแม่เด็กๆ ส้มแบบนี้เรียกว่าส้มฉุน
เห็นส้มซ่าแล้วทำให้นึกถึงส้มจุก เมื่อสี่สิบปีก่อนตอนยังเด็กชอบกินส้มจุกมาก
กลิ่นหอม รสชาติจะหวานอมเปรี้ยวชื่นใจ อร่อยราคาไม่แพง(พูดถึงในกรุงเทพนะคะ) 
พอส้มเช้งจากเมืองจีนเข้ามา ใครๆ ก็ว่าหวานอร่อยชื่นใจกว่า ไปไหนก็มีแต่คนขายส้มเช้ง
ถึงแม้ราคาแพงแต่คนก็นิยมกัน เห็นจากแม่นี่แหละใกล้ตัว ซื้อมาทีหลายโล 
เอามาฝานแต่เนื้อแช่ตู้เย็นทีเป็นจานใหญ่ๆ ส่วนส้มจุกค่อยๆ เฟดหายไปจากตลาด
ตอนนั้นเรายังพอได้กินจากป้าที่มีสวนที่พิจิตร แต่พอป้าเลิกทำสวนไปก็ไม่เคยได้กินอีกเลย
ตามต่างจังหวัดคิดว่ายังพอมี เวลาไปต่างจังหวัดก็จะคอยมองหาแต่โชคไม่ดีไม่เคยเห็น..อดกิน

อ้าว....คุยเรื่องส้มซ่าแต่ย้วยไปเรื่องส้มจุกเฉยเลย
เอาเป็นว่าหายากทั้งสองส้มน่ะแหละ กำลังคิดจะหาพันธุ์มาลงปลูกไว้สักอย่างละต้น
ส้มซ่าไม่ได้แค่เอามาทำอาหารโบราณบางเมนู
 ผลสุกก็นำมาทานได้ ส่วนน้ำคั้นดื่มช่วยให้คอโล่งสบาย ละลายเสมหะ
น้องหนึ่ง_AdrenalineRush ได้มาจากอ่างทอง
เธอใจดีนำมาแบ่งแจกจ่ายให้กับพี่ๆ เพื่อนๆ ได้มาทำหมี่กรอบกัน




นอกจากใช้น้ำส้มซ่าในการปรุงรสแล้ว ต้องใช้ผิวส้มซ่าเพื่อเพิ่มกลิ่นเอกลักษณ์ของหมี่กรอบด้วย
ผิวส้มซ่าต้องค่อยๆ ปอกผิวไม่ให้ติดเนื้อสีขาว(คุณบี๊ว่าจะทำให้ขม)และซอยบางๆ
บังเอิญวันก่อนได้ดูเชฟชุมพลมาสาธิตทำหมี่กรอบ
เชฟบอกว่าถ้าไม่มีส้มซ่าก็สามารถใช้ผิวส้ม ผิวมะนาว และผิวมะกรูดผสมแทนได้พอกล้อมแกล้ม
โดยมีผิวมะกรูดเพียงเล็กน้อย


 


บล๊อกนี้เป็นบันทึกการทำหมี่กรอบของเรา สัดส่วนการปรุงปรับรสตามที่ตัวเองชอบ
ถ้าใครอยากทำหมี่กรอบแบบดั้งเดิม แนะนำ 2 บล๊อกนี้เลยค่ะ
เป็นบล๊อกเกอร์ที่กล้าการันตีได้เลยว่าทุกสูตรที่ให้อร่อยแน่นอน 
เรียกว่าถ้าทำไม่อร่อยไม่อัพบล๊อก ไม่มีกั๊กสูตรและเคล็ดลับต่างๆ


 หลังจากได้ส้มซ่ามา ก็มาดูรายละเอียดของเครื่องปรุงและวิธีทำ
นั่งทำใจไป 1 วันก่อนไปตลาด หลังจากไปตลาดกลับมาก็นั่งทำใจอีก 1 วันก่อนจะลงมือทำ...หุหุ

วิธีทำไม่ยาก แต่ที่ต้องนั่งทำใจคือส่วนผสมและเครื่องเคียงต่างๆ จุกจิกมากกก 
ส่วนผสมน้ำคลุกเราใช้สูตรหลุักของคุณบี๊ ซึ่งเป็นสูตรใส่น้ำมะขามเปียก 
(ของน้องหนึ่งเป็นสูตรแบบไม่ได้ใช้น้ำมะขามเปียก) แต่มีต่างตรงที่
เราเพิ่มกุ้งสับในน้ำคลุกตามน้องหนึ่ง และใส่น้ำกระเทียมดองตามที่แม่บอก
เลยไม่เหมือนคุณบี๊เป๊ะ เอาเป็นว่าปรุงแล้วได้รสแบบที่ชอบเป็นใช้ได้
ปรุงให้ได้รสเปรี้ยวหวานนำ ติดเค็มน้อยๆ 


น้ำคลุก
สำหรับหมี่ประมาณ 350 กรัม

* หอมแดงไทยสับละเอียด 3 หัว
* กระเทียมไทยสับละเอียด 3 กลีบ
* ไก่สับ 50 กรัม
* กุ้งขาวเอาแต่เนื้อสับหยาบ 4 ตัว
* มันแดงจากหัวกุ้ง 10 ตัว
* เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ
เราใช้เต้าเจี้ยวเม็ดหมักไหแบบตักขาย รสชาติจะไม่เค็มมากเหมือนกับที่ขายบรรจุขวด
* น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำส้มซ่า 3 ช้อนโต๊ะ (ที่ใส่แยะเพราะมันเหลือเสียดายเลยใช้ให้หมด *-* )
* น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปี๊ป 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
* น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 



วิธีทำ 
ตอนผัดใจเย็นๆ ใช้ไฟอ่อนถึงกลาง

* เจียวหอมแดงกับกระเทียมพอใส
* ใส่มันกุ้ง เจียวจนได้สีแดงสวย
* ใส่เต้าเจี้ยวลงผัด ตามด้วยไก่สับยีให้เนื้อไก่แหลกระจาย ผัดจนไก่เริ่มสุกแล้วค่อยใส่กุ้งสับ
* ตอนนี้เราโรยผิวส้มซ่าลงไปผัดด้วยนิดหน่อย ถ้าแห้งไปเติมน้ำทีละน้อย
* ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำส้มสายชู น้ำกระเทียมดอง น้ำตาลปี๊ป น้ำตาลทราย น้ำปลา
* ใส่น้ำมะนาว น้ำส้มซ่าหลังสุด
* การปรุงค่อยๆ กะทุกอย่างใส่ลงไปแล้วชิม ลดเพิ่มสัดส่วนตามรสที่เราชอบ
* เคี่ยวทุกอย่างจนข้นและได้ปริมาณพอกับที่จะเอาหมี่ที่ทอดเตรียมไว้ลงไปคลุก
....ถ้าไม่ใส่มันกุ้งและต้องการให้หมี่มีสีแดงสวยก็ใส่ซอสมะเขือเทศช่วยได้ค่ะ




ทอดหมี่ ทอดไข่ ฯลฯ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เพราะมือมันมาก
ตอนทอดหมี่ใช้เวลามากพอควร เพราะต้องหยิบทอดทีละน้อย 
ทอดทีละแยะนอกจากทอดยากแล้วยังเปลืองน้ำมันด้วย (คุณโอ_เนินน้ำ กล่าวไว้)
เราลองทอด 2 แบบ แบบเอาหมี่ผ่านน้ำให้นิ่มหน่อยและผึ่งให้แห้งก่อนทอด
กับทอดแบบไม่เอาหมี่ผ่านน้ำ คือเอาออกจากห่อแล้วลงทอดเลย
ส่วนตัวชอบแบบหลังทอดง่ายกว่าแยะ ลงกระทะแล้วฟู่แบบหมี่ทอดที่ไว้โรยโจ๊ก
ถ้าเป็นเส้นหมี่ผ่านน้ำเวลาทอดจะเป็นแพ
วิธีทอดหมี่และเทคนิคให้ดูจากบล๊อกคุณบี๊หรือบล๊อกน้องหนึ่งค่ะ
ทั้งสองแบบเราทอดทิ้งไว้ 3 วันก็ยังกรอบอยู่
 หมี่ที่คลุกแล้วเราทิ้งไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมงก็ยังกรอบ แต่จะได้นานแบบที่เค้าขายหรือเปล่าไม่แน่ใจ
...เราใช้เส้นหมี่ยี่ห้อสิงห์ดาว ทางร้านขายเส้นก๋วยเตี๋ยวบอกมาว่าถ้าทอดกรอบจะดีกว่ายี่ห้อไวไว
แต่ต่างกันอย่างไรยังไม่ได้ทำการเปรียบเทียบ




เครื่องเคียงอื่นๆ

* เต้าหู้เหลืองหั่นและผึ่งก่อนนำไปทอด 
* กุ้งเป็นตัวผ่าชักเส้นดำที่หลังกับท้องออกไม่เอาหัวหมักด้วยเกลือกับพริกไทยนิดหน่อย
และผึ่งให้หมาดก่อนทอด (ส่วนหัวที่ตัดทิ้งแคะเอามันที่หัวไว้สำหรับผัดน้ำคลุก)
* ไข่ฟู ใช้ไข่เป็ดกับไข่ไก่ผสมกันเติมเกลือนิดหน่อยและใช้มือคนให้เข้ากันหยาบๆ 
ตั้งน้ำมันจนร้อนบนไฟกลาง เอามือจุ่มไข่แล้วโรย (ยังแอบเกรียมไปหน่อย)




* กระเทียมดองซอยเป็นแผ่น
* ใบกุยช่ายหั่นเป็นท่อน เก็บส่วนโคนเอาไว้กินแนมกับหมี่กรอบ
* ถั่วงอก เด็ดหางเพื่อความสวยงาม
* พริกชี้ฟ้าแดงซอยเป็นเส้นบางๆ

 


 เราแบ่งทำ 2 รอบนะคะ
ตั้งน้ำคลุกไฟกลางค่อนไปทางอ่อนเล็กน้อย พอเริ่มอุ่น ค่อยๆ ใส่หมี่ลงไปคลุกทีละน้อยจนทั่ว
 


 
ใส่เต้าหู้ทอด กระเทียมดอง ใบกุยช่าย ถั่วงอก พริกชี้ฟ้าซอย ผิวส้มซ่าหั่นฝอยหยิบมือเล็กๆ
คลุกผสมลงไปด้วยกันเลย แต่ถ้ายังไม่ทานก็ยังไม่ต้องคลุกเครื่องเหล่านี้
เวลาจะทานค่อยเอาไว้วางเคียงข้างๆ ก่อนเสริฟ



จัดใส่จาน โรยด้วยไข่ฟูและกุ้งทอด ฯลฯ ให้สวยงาม




กว่าจะทำหมี่กรอบชุดนี้เสร็จ ใช้เวลาไปครึ่งวัน ถึงว่านานมากกกแล้วที่ไม่เคยได้เห็นแม่ทำ
ถ้าเราจะต้องทำอีกยังคิดหนัก ถ้าไม่ใช่คนพิเศษจริงๆ คงไม่ได้ทางได้กินฝีมือเราแน่ 
แต่ถ้าคนที่ชอบทานหมี่กรอบเราแนะนำให้ลองทำนะคะ รับรองว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป 



 
 ...หมี่กรอบชุดนี้ทำเสร็จอยากรู้ว่าผ่านไม่ผ่าน แบ่งเอาไปให้เพื่อนช่วยชิม 
เค้าว่าอร่อยนะ คงเป็นรสที่ถูกใจเพื่อนด้วยแหละ 
เอาน่าอย่างน้อยก็เป็นกำลังใจสำหรับการทำครั้งแรก
ส่วนแม่แค่บอกว่าใช้ได้ แต่ที่ตักไปให้แม่จานใหญ่ก็เหลือแต่จานเปล่ากับต้นกุยช่าย ^^
แม่น่ะเหรอเวลาทำอะไรให้กิน ต่อให้อร่อยแม่จะไม่เคยชมตรงๆ
ตอนพ่ออยู่บางทีพ่อบอกว่าอร่อยกว่าแม่ทำแม่ก็จะชิส์ใส่ คือแม่เป็นคนทำอาหารอร่อย
มีแต่คนติดใจรสมือแม่ เวลาเราทำอะไรถึงแม่จะว่าดีก็ไม่ชม 
พ่อบอกว่าแม่แกคงกลัวเสียตำแหน่งมั๊งเลยเฉยเสีย หุหุ
แหม เราไม่กล้าไปเทียบขั้นกับแม่หรอก เพราะรู้ตัวว่าฝีมือไม่มาตรฐาน รสมือก็ขึ้นๆ ลงๆ
คนใกล้ตัวเคยบอกว่าอาหารเดียวกันบางทีทำอร่อยม๊ากกก แต่บางทีทำออกมาก็ห่วยม๊ากกก
อย่าคิดเปิดร้านอาหารล่ะ เจ๊งแน่ !!







Wednesday, June 10, 2015

ปีกไก่ทอดน้ำปลา กับ ข้าวมันไก่


ไปเจอรูปข้าวมันไก่ตอนอยู่แอลเอ ไก่ทอดน้ำปลาแห้งๆ กรอบๆ น่ากินเนาะ
ไหนๆ เจ้าของบล๊อกชอบโม้อยู่แล้ว เลยเอารูปที่มีมาลงวิธีทำและเขียนเป็นเรื่องเป็นราวซะ
ป.ล.บล๊อกนี้น้ำแยะโม้ไปเรื่อยนะค๊า ^^


 เป็นคนชอบทานข้าวมันไก่ ไม่เคยคิดจะทำเองเพราะอยู่เมืองไทยหาซื้อง่าย
ตอนเด็กๆ เคยเห็นแม่ทำ เสียเวลาทีครึ่งวัน ต้มไก่เป็นตัว หุงข้าว ทำน้ำจิ้ม
 ดูเหมือนยุ่งยากจัง อย่างว่าแหละตอนนั้นเด็กอยู่ เห็นอะไรก็ว่ามันยากไปเสียหมด
แต่พอไปอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้มีให้กินง่ายๆ แบบบ้านเรา
 ทำเองครั้งแรกตอนอยู่คูเวต เพื่อนแขกชอบ Thai Chicken Biryani กันมาก
คนทำก็ปลื้มน่ะสิคะ ทำกินจนหน้าแทบจะเป็นข้าวมันไก่
พอไปอยู่แอลเอ ก็เจอแต่คนชอบกินข้าวมันไก่ เลยได้ทำบ่อยอีกแล้ว
ร้านอาหารไทยก็มีขาย แต่ทำเป็นแล้วนี่ ทำเองดีกว่า 
จ่ายเงินกินที่ร้านสองจาน ทำเองกินได้ตั้งหลายคน
นอกจากไก่ต้มแล้วยังมีไก่ทอดแถมให้อีกด้วย



  ไก่นุ่มๆ ได้น้ำจิ้มเผ็ดๆ เปรี้ยวๆ หอมเต้าเจี้ยวกินเพลินเชียว
ร้านอาหารจีนเจ้าประจำใกล้บ้านก็มีข้าวมันไก่ขาย  ร้านนี้เป็นร้านคนจีน
แต่ความที่แถวนั้นคงมีคนไทยแวะเวียนไปแยะ ก็เลยเอาใจด้วยการมีเมนูภาษาไทยด้วย
ข้าวมันไก่มาจากจีน ร้านก็ของคนจีนนี่เนาะ แว๊บแรกคิด(เอาเอง)ว่าต้องอร่อยแน่
จนวันหนึ่งตั้งอกตั้งใจหวังจะได้กินข้าวมันไก่ต้นตำรับ แต่ก็แอบหนีบน้ำจิ้มของเราไปด้วย
ไก่ต้มนุ่มหอมอร่อยดี รสชาติออกเค็มๆ แต่...ข้าวไม่ผ่านอย่างแรง 
จะเป็นข้าวเปล่าก็ไม่ใช่ หุงแบบข้าวมันไก่ก็ไม่ใช่ เพราะจืดสนิท ไม่หอม ไม่มัน
ดีว่าน้ำจิ้มที่เอาไปช่วยชีวิตได้แยะ สรุปว่าที่สั่งมากินแต่ไก่ ข้าวเหลือบาน
....ไก่จานนี้ของเราเองนะ ไม่ใช่ไก่ร้านที่ว่า เราชอบแบบมีหนังมันๆ ติดด้วย
ส่วนน้ำจิ้มก็มีพริกขี้หนู กระเทียม ขิง เต้าเจี้ยว(ถ้าเค็มมากล้างเค็มออกบ้าง) 
ซีอิ๊วหวาน น้ำส้มสายชู ปั่นให้เข้ากันชิมรสเผ็ด เปรี้ยว หวาน
 เวลาจะทานก็เติมขิงสับ กระเทียมสับ หรือพริกขี้หนูสับเพิ่มให้เข้มข้นขึ้น



 ทำเองจะหุงให้ข้าวมันแยะมันน้อย ให้เค็มนิด หอมพริกไทยแยะหน่อยก็จัดไป
วิธีทำตามลิงค์ข้างล่างสำหรับทานคนเดียว ถึงไม่ได้เป็นสูตรแบบร้านดังแต่ก็ทำเองได้ง่ายจัง
ถ้าจะทานหลายคนก็เพิ่มไก่เพิ่มข้าวไปตามต้องการ





ไก่ทอดน้ำปลา ทำอยู่บ่อย
แต่เป็นเพราะทำบ่อย ทำง่ายเกินเลยไม่เคยถ่ายรูป ไม่เคยลงสูตรในบล๊อก
วันนี้เลยจัดเสียหน่อย ไม่ต้องมีขั้นตอนหรอกเนาะเพราะมันง่ายม๊ากกก
 
* ไก่ส่วนปีกหมักตัดแบ่งตามต้องการ หมักกับน้ำปลาไว้ในตู้เย็นประมาณ 1-2 ชั่วโมง
* ไม่ต้องชุบแป้งทอดกรอบ แต่ก็กรอบนะเออ
* ตั้งน้ำมันไฟกลางให้ร้อนจัด เอาไก่ลงทอด คอยพลิกให้ทั่ว
* พอไก่เหลืองได้ที่เร่งไฟแล้วเอาขึ้นใส่ตะแกรงพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน




..เห็นไก่จานข้างบนแล้วนึกขำ ไก่จานนี้มีเรื่องเล่า
วันนั้นมีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งมาทานข้าวที่บ้านด้วย ไก่จานนี้เป็นจานแรกที่ทอดเสร็จ
จัดใส่จาน จัดของทุกอย่างลงโต๊ะก็รีบถ่ายรูป แล้วไปทอดไก่กระทะที่สองต่อ
ส่วนคนที่บ้านก็กำลังง่วนทำอะไรอยู่สักอย่าง เพื่อนคนที่ว่าก็มานั่งโต๊ะก่อน
แล้วก็บอก หูยย์....ไก่ทอดน่ากินจัง ความที่คนกันเองก็เลยบอกให้กินไปก่อน
เพราะกำลังทอดเพิ่มอีก สักพักคนที่บ้านก็ตามมานั่งโต๊ะ เราทอดไก่จานที่สองเสร็จพอดี
โอ๊ย...อยากเตะไอ้คุณเพื่อนจริงๆ พ่อเล่นฟาดไก่ทอดจานนี้คนเดียวซะเกือบเกลี้ยง
คนที่บ้านงี้บ่นอุบ ส่วนเราแอบขำว่ากินยังไงฟระ เร็วโพด
แต่คิดในแง่ดี มันคงอร่อยน่ะแหละ 55





Thursday, June 4, 2015

ไก่ทอดกรอบซอสเปรี้ยวหวาน


ส่วนตัวไม่ชอบทานอาหารพวกซอสเหนียวๆ แฉะๆ โดยเฉพาะผัดเปรี้ยวหวานมาแต่เด็ก
ยิ่งพวกชุบแป้งทอดแล้วเอามาราดกับซอสยิ่งไม่ชอบใหญ่
แต่พอโตขึ้นมา อะไรเปลี่ยนไปใจเราก็เปลี่ยน
ที่เคยบอกไม่ชอบไม่ทาน ก็กลับมาเปลี่ยนใจมาชอบเปลี่ยนใจมาทานซะงั้น
เมื่อหลายเดือนก่อนไปทานไก่ชุบแป้งทอด Dakgangjeong (ดัคคัลยอง) ที่ร้านอาหารเกาหลี
ไก่ทอดกรอบเคลือบซอสเปรี้ยวหวานแบบเผ็ด
ทานตอนยังร้อน เวลากัดไก่ด้านนอกกรอบกร๊วบๆ ส่วนข้างในเนื้อไก่ก็นุ่ม
ทานกับซอสรสเปรี้ยวหวานเผ็ดอร่อยดี จ้วงกันแป๊ปเดียวหมดจาน
ยังไม่ทันหายอยากเลยอ่ะ จะสั่งใหม่ราคาก็แอบแพงไปนิด
เลยไปหาสูตรของเกาหลีมาทำเองดีกว่า แต่ก็ใช้วัตถุดิบหลายอย่างจัง
ว่าไปเราก็มีของเกือบครบเหมือนกันน๊า เรียกว่าทำตามสูตรได้เลย
แต่ก็อยากทำแบบสั้นๆ ง่ายๆ ใช้วัตถุดิบที่มีทุกบ้าน พอดีทำออกมาแล้วถูกใจ 
(ที่จริงมันก็สูตรผัดเปรี้ยวหวานทั่วๆ ไปน่ะแหละ แหะ.แหะ..)
เลยเอามาแชร์ไว้เผื่อใครอยากเอาไปทำทานบ้าง ส่วนสูตรแบบเกาหลีไปที่ลิงก์นี้เลยค่ะ



ไก่หั่นเป็นชิ้นพอคำ เราใช้แป้งทอดกรอบสำเร็จรูปสะดวกดี
ทานคนเดียวใช้สะโพกไก่ 1 ชิ้น ทั้งเนื้อทั้งหนังเอาหมด
คนไม่ทานมันทานหนังก็ใช้เนื้อไก่ล้วนเลยค่ะ




ทอดในน้ำมันร้อนไฟกลางจนเหลืองกรอบ เร่งไฟแรงเสียหน่อยก่อนตักขึ้นและเอาใส่ตะแกรงพักไว้




* ซอสพริก 3 ช้อนโต๊ะ
* น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
* เกลือปลายหยิบมือเล็กๆ
* ถ้าอยากได้ไก่แบบเผ็ดพิเศษเติมพริกป่นเพิ่ม
...ปรับส่วนผสมและชิมรสแบบที่ชอบเลยค่ะ




เคี่ยวด้วยไฟกลางจนเหนียวปานกลางพอให้เคลือบไก่ติด
 เอาไก่ที่ทอดพักไว้ลงคลุกให้ทั่ว




โรยงาขาว
...งาขาวเราเอาเกลี่ยใส่ถ้วยทนไฟ  เข้าเตาอบ



ทานตอนยังร้อนๆ อร่อยค่ะ
ไก่ทอดจะกรอบๆ เข้ากับซอสเปรี้ยวๆ หวานๆ เผ็ดๆ
ทานเล่นก็เพลิน ทานเป็นกับข้าวก็ได้




เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นชื่อ Sriracha Chicken ผ่านตาใน food blog ต่างประเทศอยู่
ใช้ซอสพริกศรีราชาเป็นตัวหลัก รสชาติน่าจะออกมาคล้ายกัน
ทางโซนอเมริกาถ้าบ้านไหนทานเผ็ดเรียกว่าจะมีซอสนี้ติดครัวแทบทุกบ้านเลยแหละค่ะ


Friday, May 15, 2015

แซนวิชทอด

จะเป็นมื้อหนักหรือเป็นมื้อของว่างก็ได้ทั้งนั้น กับแซนวิชทอด กรอบนอกนุ่มใน
ถ้าได้เป็นไส้ชีสเยิ้มๆ ด้วย ขอบอกว่าฟิน จัดคู่กับสลัดผักสดตัดกันได้ลงตัวมาก



เราเองไม่ค่อยทานของทอดมันๆ แต่คนรอบข้างยังชอบทานอยู่
แม่ครัวก็ต้องหาเมนูมาหมุนเวียน ไม่งั้นนอกจากจะเบื่ออาหารแล้ว
ยังจะพาลเบื่อหน้าแม่ครัวเข้าไปอีก ตอนที่ทำเมนูนี้ครั้งแรกเพราะคนชอบของทอด
ไปทานที่ไหนมาไม่รู้แล้วบอกว่าอร่อย ให้ทำให้ทานหน่อย
ก็ว่ามันจะอร่อยเร๊อ มันต้องแหยะๆ อมน้ำมัน แฉะน้ำมัน แน่เลย (มีเถียงอีกแน่ะ)
แต่อ่ะนะ คนที่ไปทานมาเขาว่าอร่อย มันก็ต้องอร่อยสิน่า
พอทำออกมาชิ้นแรกก็ตัดออกมาชิมก่อน จากที่ว่าจะแค่ชิมนิดกลายเป็นชิมหมดชิ้น
กรอบนอกนุ่มใน ไม่มีอมน้ำมัน ทานตอนยังร้อนกับซอสที่ชอบ 
ยิ่งได้สลัดผักสดทานคู่ด้วยจะรักเลยค่ะ จนคนแนะนำแอบเย้ยว่าเป็นไงอร่อยสิ